Julian Goldie เลือก Hermes Agent สำหรับตัวเองเพราะชอบปรับแต่งระบบ ส่วน GrokBot เป็นตัวที่เขารู้สึกว่าเริ่มใช้ได้ง่ายกว่า แต่ช่วงท้ายการเปรียบเทียบ เขากลับบอกว่ายังไม่ได้ใช้ทั้งสามตัวมากนัก และยังใช้ Claude เป็นหลักในการสร้างงานด้วย AI
รายละเอียดนี้ทำให้คลิป GrokBot vs Dots vs Hermes Agent: Who Wins? มีมากกว่าการเลือกผู้ชนะ สิ่งที่ผู้สาธิตกำลังชั่งน้ำหนักคือความสะดวก การแบ่งงาน และเวลาที่ต้องกลับมาดูแลระบบ บทความนี้เรียบเรียงประสบการณ์ของเขาในช่วงที่บันทึกคลิป ไม่ใช่การทดสอบมาตรฐานด้วยชุดงานเดียวกันหรือการรับรองสถานะผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน
GrokBot: ประสบการณ์ของทีมเอเจนต์
ช่วงต้นคลิป Goldie ให้ความเห็นว่า GrokBot เป็นตัวที่ใช้ง่ายและลื่นที่สุดในกลุ่มที่เขาลอง เขาชอบหน้าตาระบบและการใช้คอมพิวเตอร์บนคลาวด์ แต่จุดที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแบ่งผู้ช่วยออกเป็นหลายบทบาท
ในตัวอย่างมีทั้ง Content, Research, SEO, CEO และ Chief of Staff เขาอธิบายว่าให้ผู้ประสานงานช่วยสั่งงานผู้ช่วยตัวอื่น ภาพที่เก็บจากคลิปแสดงรายชื่อเหล่านี้อยู่ข้างบทสนทนาของ Chief of Staff จึงเห็นวิธีจัดทีมได้ชัดกว่าการบอกเพียงว่ามีเอเจนต์หลายตัว
Goldie ระบุด้วยว่าเอเจนต์ในตัวอย่างใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ร่วมกัน ไม่ได้มีหน้าจอแยกให้แต่ละตัว รายละเอียดนี้สำคัญต่อการอ่านเดโม: การแบ่งบทบาทกับการลงมือทำหลายงานบนหน้าจอพร้อมกันเป็นคนละเรื่อง คลิปยังไม่ได้วัดว่าการเพิ่มสมาชิกช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นเท่าไร
Hermes: แยกโปรไฟล์และสร้างระบบเพิ่มเอง
ในส่วนของ Hermes ผู้สาธิตแสดงการแยกบอตเป็นโปรไฟล์ที่ตั้งทักษะ บุคลิก และโมเดลต่างกันได้ เขามองว่านี่เป็นข้อได้เปรียบสำหรับคนที่อยากออกแบบวิธีทำงานเอง แทนการใช้รูปแบบเดียวกับผู้ช่วยทุกบทบาท
Goldie นำเสนอ Hermes ว่าเป็นโอเพนซอร์ส และยกตัวอย่างหน้ารวมงาน Agent OS ที่ทีมของเขาสร้างต่อขึ้นมา ภายในมีส่วนอย่าง Hermes Oracle, Hermes Muse และ Hermes Astros ภาพในคลิปจึงเป็นตัวอย่างของระบบที่ปรับแต่งแล้ว ไม่ควรอ่านว่าเป็นหน้าจอที่ทุกคนจะได้ทันทีหลังติดตั้ง Hermes
ความยืดหยุ่นนี้มาพร้อมภาระที่ Goldie ย้ำหลายครั้ง เขาเล่าว่าผู้ใช้ที่ไม่ถนัดเทคนิคบางคนเสียเวลาไปกับการตั้งค่าและแก้บั๊กจนไม่ได้ทำงานเสร็จมากขึ้น ข้อสังเกตของเขาจึงไม่ได้อยู่แค่ว่าปรับแต่งได้มากเพียงใด แต่รวมถึงมีใครดูแลสิ่งที่ปรับแต่งไว้ด้วย
Dots: ใช้งานเดิมต่อได้ แต่ผู้ทดสอบยังพบจุดติดขัด
ตอนแรก Goldie รู้สึกว่า Dots ใกล้กับการใช้ ChatGPT ตามปกติ จนยังไม่เห็นเหตุผลชัดว่าต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน แต่เมื่อเขาถามว่าควรทำอะไรในวันนั้น ตัวอย่างที่ได้แสดงประโยชน์อีกแบบ: ผู้ช่วยหยิบงานปรับปรุงบทความจากวันก่อนมาจัดลำดับ พร้อมเปิดแดชบอร์ดเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์
Goldie อธิบายว่าผู้ช่วยรู้บริบทของโครงการและระบบอัตโนมัติในบทสนทนาที่เขาใช้อยู่ เขาจึงเห็นเหตุผลของเครื่องมือรูปแบบนี้สำหรับคนที่มีประวัติงานอยู่ใน ChatGPT มากแล้ว อย่างไรก็ดี เขารู้สึกว่าการรวมงานไว้ในบทสนทนายาวทำให้แยกและย้อนหาหัวข้อได้ลำบากกว่าที่ต้องการ
ด้านการตอบสนอง เขาเล่าว่าบางครั้งต้องรอประมาณ 30 วินาทีกว่าจะรับสาย และในช่วงสาธิตมีครั้งที่ยังไม่ตอบรับขณะเขารออยู่ เขายังกล่าวถึงแดชบอร์ดที่โหลดช้า และการสั่งใช้คอมพิวเตอร์ค้นข่าวที่ติดอยู่ระหว่างทาง ประสบการณ์เหล่านี้เป็นเหตุผลที่เขายังไม่แนะนำ Dots ในช่วงนั้น
คลิปไม่ได้แยกสาเหตุของอาการเหล่านี้หรือทดสอบหลายบัญชี จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากส่วนใดของระบบ และไม่ควรเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ใช้คนหนึ่งให้เป็นคำตัดสินว่าผู้ใช้ทุกคนจะพบเหมือนกัน
การเชื่อมแอปและภาระที่ตามมา
ผู้สาธิตยังเปรียบเทียบรายการแอปที่เชื่อมต่อได้ โดยมองว่าตัวเลือกที่เขาเห็นใน GrokBot น้อยกว่าที่พบใน ChatGPT และเสนอ Zapier เป็นทางหนึ่งที่อาจช่วยเชื่อมงานเพิ่ม นี่เป็นข้อสังเกตจากหน้าจอและบัญชีของเขา ไม่ใช่การสำรวจจำนวนการเชื่อมต่อทั้งหมดของแต่ละบริการ
สำหรับการอ่านเดโม จุดที่ควรตามต่อคือแอปที่เชื่อมไว้ส่งข้อมูลเข้าสู่งานได้จริงแค่ไหน ภาพตัวอย่าง GrokBot เองมีข้อความว่าข้ามบอร์ดหนึ่งเพราะยังไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ ส่วน Dots แสดงรายการงานต่อจากบริบทเดิมได้ แต่ผู้สาธิตก็ยังเจอช่วงที่การใช้คอมพิวเตอร์ไม่เดินต่อ การมีชื่อเครื่องมืออยู่ในระบบจึงยังต้องดูควบคู่กับสถานะการเข้าถึงและผลลัพธ์ของงานนั้น
ข้อสรุปของผู้ทดสอบ และสิ่งที่ควรลองเอง
Goldie เลือก Hermes เพราะตัวเองถนัดเทคนิคและชอบปรับแต่ง ส่วน GrokBot เป็นตัวเลือกที่เขามองว่าเหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้ได้ง่ายกว่า เขายอมรับด้วยว่ายังใช้เครื่องมือทั้งสามไม่มาก และยังชอบใช้ Claude ในงานสร้างด้วย AI ข้อสรุปนี้สะท้อนวิธีทำงานและความถนัดของเขา มากกว่าจะเป็นอันดับตายตัวสำหรับทุกทีม
เมื่อลองกับงานของตัวเอง ใช้โจทย์เล็กเดียวกัน เช่น ค้นข้อมูลจากแหล่งที่กำหนดแล้วส่งร่างให้ตรวจ โดยบันทึกสามเรื่อง:
- ผู้ช่วยส่งสิ่งที่ขอครบหรือไม่ และมีหลักฐานให้ตรวจตรงไหน
- คนต้องกลับเข้าไปช่วยในขั้นตอนไหน ตั้งแต่ลงชื่อเข้าใช้จนถึงแก้งาน
- หลังรวมเวลาตั้งค่า รอ และตรวจแก้แล้ว ยังอยากใช้วิธีนี้กับงานครั้งต่อไปหรือไม่
แนวทางทดลองนี้ต่อยอดจากประเด็นในคลิป โดยดูทั้งงานที่ทำเสร็จและภาระที่เกิดขึ้นจริง ประสบการณ์แรกช่วยให้เห็นจุดที่น่าลอง ส่วนการเลือกใช้ต่อควรอาศัยผลจากงานของตัวเอง
แหล่งที่มา: GrokBot vs Dots vs Hermes Agent: Who Wins? / Julian Goldie SEO