Skip to content

Maxed AI: สร้างแอปด้วย AI แล้วหาลูกค้าด้วยคอนเทนต์ของผู้ก่อตั้ง

VibeSolo
หน้าหลักแอป Maxed AI แสดงตารางฝึกและปุ่มเริ่มออกกำลังกาย
ภาพหน้าหลัก Maxed AI จากบทสัมภาษณ์ Starter Story

Max สร้างแอปฟิตเนสด้วยเครื่องมือ AI แต่การทำให้คนยอมจ่ายต้องอาศัยอีกงานหนึ่ง: ถ่ายคอนเทนต์ ทดลองข้อความ และเรียนรู้ว่าลูกค้าสนใจอะไร

ใน บทสัมภาษณ์กับ Starter Story ผู้ก่อตั้ง Maxed AI เล่าว่า ก่อนเริ่มเขาไม่เคยสร้างแอปมือถือและมีประสบการณ์เขียนโค้ดน้อยมาก จากนั้นจึงใช้ Claude Code พัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทำการตลาดด้วยตัวเอง

เขารายงานรายได้เกือบ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 28 วันก่อนสัมภาษณ์ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่ผู้ก่อตั้งนำเสนอ ไม่ใช่รายได้ที่บทความตรวจสอบบัญชีอย่างอิสระ และไม่ควรเรียกเป็นกำไรสุทธิหรือรายได้ประจำรายเดือนที่พิสูจน์แล้ว

สารบัญ

เริ่มจากปัญหาที่ตัวเองรู้จัก

Max เล่าว่าเขาจบจาก University of Michigan และเคยฝึกงานด้านการเงิน ก่อนลองทำแอปรีวิวอาหารชื่อ Dish Rate แต่หยุดไปเมื่อไม่รู้ว่าจะพัฒนาเองอย่างไร และมองว่าค่าจ้างทำแอปสูงเกินกว่าจะเริ่มได้

ต่อมาเมื่อเห็นคนที่มีพื้นฐานเขียนโค้ดน้อยสร้างแอปด้วย AI เขาจึงกลับมาลอง โดยเลือกเรื่องยกเวตซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชอบและทำกับเพื่อนมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย

เขารู้ว่ามีแอปคู่แข่งอยู่มาก แต่เห็นว่าคนรอบตัวใช้เครื่องมือหลายตัวกระจัดกระจาย จึงอยากรวมการติดตามการฝึก โภชนาการ และโค้ชไว้ด้วยกัน นี่คือข้อสังเกตของผู้ก่อตั้งจากประสบการณ์ของตน ไม่ใช่ผลสำรวจที่พิสูจน์ว่าตลาดยังไม่มีแพลตฟอร์มแบบเดียวกัน

โค้ช AI ที่เชื่อมกับฟังก์ชันของแอป

Max อธิบาย Maxed AI ว่าเป็นแอปที่รวมโปรแกรมฝึก บันทึกการยกเวต โภชนาการ และข้อมูลการนอน โดยให้ Max Coach เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ เพื่อช่วยปรับงานจากหน้าสนทนาเดียว

ในเดโม เขาแสดงหน้าหลัก โปรแกรมที่บันทึกไว้ กระดานอันดับ และฟีดกิจกรรม รวมถึงบทสนทนาที่ใช้ปรับปริมาณการฝึกและสร้างสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่มี จุดที่กรณีนี้แสดงให้เห็นคือการนำคำขอไปเชื่อมกับข้อมูลและฟังก์ชันของแอป

คลิปไม่ได้มีการประเมินความปลอดภัยหรือประสิทธิผลของคำแนะนำสุขภาพอย่างอิสระ จึงยังสรุปจากเดโมไม่ได้ว่าโปรแกรมที่ AI ปรับเหมาะกับผู้ใช้ทุกคน เช่นเดียวกับที่ไม่มีตัวเลขยืนยันว่าฟีดหรือกระดานอันดับช่วยให้สมาชิกกลับมาใช้ต่อมากเพียงใด

อ่านตัวเลขรายได้พร้อมโมเดลสมาชิกรายปี

ขณะเปิดแดชบอร์ด RevenueCat Max ระบุว่ารายได้ใน 28 วันล่าสุดอยู่ใกล้ 14,000 ดอลลาร์ และประเมินระดับรายเดือนราว 14,000–15,000 ดอลลาร์ เขายังกล่าวถึงสมาชิกที่ใช้งานอยู่ประมาณ 1,000 ราย และยอดดาวน์โหลด iOS ประมาณ 20,000 ครั้ง ทั้งหมดเป็นตัวเลข ณ ช่วงสัมภาษณ์ตามที่เขารายงาน

โมเดลราคาที่เขาเล่าคือเก็บค่าสมาชิกรายปีล่วงหน้า 24.99 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เป็นราคาในกรณีศึกษาขณะนั้น ไม่ใช่การตรวจราคาขายปัจจุบัน

ยอดขายใน 28 วันจึงต้องแยกจาก MRR และกำไร เงินรับจากสมาชิกรายปีเกิดขึ้นล่วงหน้า ขณะที่ MRR เป็นรายได้จากสมาชิกที่ปรับให้อยู่ในหน่วยรายเดือน ส่วนกำไรต้องหักต้นทุนที่เกี่ยวข้อง Max เองก็ชี้ว่าตัวเลข MRR บนแดชบอร์ดต่ำกว่ายอดรายได้ที่กำลังพูดถึง

คลิปยังไม่ได้เปิดเผยกำไรสุทธิ อัตราต่ออายุ ต้นทุนการได้ลูกค้า หรือค่าใช้จ่ายให้บริการครบทุกประเภท Max ระบุว่านำรายได้กลับไปลงทุนเพื่อเติบโต จึงไม่ควรนำยอดขายไปใช้เป็นหลักฐานว่าเขามีเงินเหลือหรือรายได้ยั่งยืนในจำนวนเดียวกัน

เครื่องมือช่วยให้เริ่มได้ แต่ยังต้องเรียนรู้

เครื่องมือที่ Max กล่าวถึงมี Claude Code, Supabase, Vercel, Expo และ RevenueCat เขาใช้บริการสำเร็จรูปร่วมกันสำหรับพัฒนาแอป จัดการระบบหลังบ้าน นำระบบขึ้นใช้งาน อัปเดตแอป และดูแลการซื้อกับสมาชิก

บทสัมภาษณ์ไม่ได้แจกแจงต้นทุนระบบทั้งหมดอย่างละเอียด และราคาบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ก่อตั้งเล่าในช่วงนั้น จึงไม่ควรใช้เป็นงบประมาณสำเร็จรูปสำหรับแอปใหม่

แม้บทนำของรายการใช้ถ้อยคำว่าไม่มีประสบการณ์ทางเทคนิค Max อธิบายตัวเองว่ามีประสบการณ์เขียนโค้ด “น้อยมาก” และเล่าว่าทำงานในเทอร์มินัลแทบทุกวันตลอดช่วงประมาณหกเดือน ประเด็นจึงอยู่ที่ AI ช่วยให้เขาเริ่มพัฒนาและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าสร้างแอปที่พร้อมใช้งานจริงได้โดยไม่ต้องเรียนรู้อะไร

ทดลองคอนเทนต์เองก่อนขยายงบโฆษณา

เดิม Max คิดจะเปิดแอปฟรีแล้วหารายได้จากโฆษณา ก่อนเปลี่ยนมาใช้ hard paywall หรือการให้จ่ายเงินก่อนเข้าถึงการใช้งานหลัก ตามคำแนะนำของคนที่มีประสบการณ์ซึ่งเขารู้จักผ่าน Instagram นี่เป็นทางเลือกในธุรกิจของเขา ไม่ใช่ข้อสรุปว่าแอปทุกประเภทควรใช้โมเดลเดียวกัน

เมื่อไม่มีงบจ้างครีเอเตอร์จำนวนมาก เขาจึงถ่ายวิดีโอเองเพื่อทดลองวิธีสื่อสาร แล้วค่อยนำชิ้นที่ได้ผลดีไปซื้อโฆษณา กระบวนการที่เขาเล่ามีสี่ขั้น:

  1. ทำคอนเทนต์หลายรูปแบบด้วยตัวเอง
  2. ดูว่าคนดูต่อหรือเลื่อนผ่าน โดยใช้ตัวเลขอย่าง hold rate และ skip rate
  3. เลือกวิดีโอที่ทำได้ดีมาทดลองเป็นโฆษณาด้วยงบน้อย
  4. เพิ่มงบเมื่อเห็นการตอบรับ แล้วเริ่มหาคนมาช่วยผลิตคอนเทนต์

ณ เวลาสัมภาษณ์ เขาระบุว่าใช้งบโฆษณาราว 250 ดอลลาร์ต่อวัน แต่ไม่ได้เปิดเผยผลตอบแทนหลังหักต้นทุนครบถ้วน การเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “การตลาดฟรี” จึงครอบคลุมได้เพียงช่วงที่เขาผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์เอง ไม่ใช่เส้นทางการเติบโตทั้งหมด

Max แนะนำว่าอย่ารีบจ้างครีเอเตอร์ UGC หากยังไม่รู้ว่าฟีเจอร์หรือข้อความใดทำให้คนดาวน์โหลด เขายังบอกว่า Meta ให้ผลดีกว่า TikTok สำหรับแอปของเขา ข้อสังเกตทั้งสองควรอ่านเป็นประสบการณ์เฉพาะธุรกิจและช่วงเวลา ไม่ใช่กฎเลือกช่องทางสำหรับทุกผลิตภัณฑ์

การเล่าเส้นทางของผู้ก่อตั้ง

Max เริ่มเล่าการสร้างแอปบน X ราวสามเดือนก่อนสัมภาษณ์ และประเมินว่าประมาณหนึ่งในสามของรายได้มาจากคนที่ติดตามเขาบนแพลตฟอร์มนั้น บางคนต้องการแอปยกเวต บางคนอยากสนับสนุนผู้สร้าง

ตัวเลขหนึ่งในสามเป็นการประเมินของเขา คลิปไม่ได้แจกแจงวิธีระบุแหล่งที่มาของยอดขายหรือแยกผลของโฆษณาออกจากช่องทางอื่นครบถ้วน จึงใช้ยืนยันผลตอบแทนของการสร้างแบรนด์ส่วนตัวไม่ได้

สิ่งที่เขาแนะนำคือแบ่งปันทั้งความคืบหน้า สิ่งที่ได้ผล และสิ่งที่ไม่สำเร็จ แทนการเก็บทุกอย่างไว้เพราะกลัวคนลอกไอเดีย ในเรื่องเล่านี้ คอนเทนต์ของผู้ก่อตั้งทำหน้าที่ทั้งอธิบายผลิตภัณฑ์และทำให้คนรู้จักคนที่อยู่เบื้องหลัง

บทเรียนที่นำไปทดลองได้ และข้อมูลที่ยังขาด

กรณี Maxed AI เชื่อมงานสองด้านเข้าด้วยกัน: ใช้เครื่องมือ AI และบริการสำเร็จรูปสร้างผลิตภัณฑ์ แล้วให้ผู้ก่อตั้งลงมือเรียนรู้การหาลูกค้าด้วยตัวเอง สิ่งที่คลิปมีให้ศึกษาคือกระบวนการทดลอง ส่วนผลลัพธ์ยังเป็นกรณีของผู้ประกอบการรายเดียว

สำหรับคนที่กำลังสร้างแอป บทความเสนอให้ใช้คำถามต่อไปนี้ประกอบการทดลอง:

  • ปัญหาที่เลือกมาจากการใช้งานจริงของใคร และมีหลักฐานว่าคนยอมจ่ายหรือยัง?
  • คอนเทนต์ใดทำให้เกิดการซื้อและการใช้งานต่อ ไม่ใช่เพียงยอดดู?
  • รายได้ที่รายงานเป็นยอดขาย เงินรับล่วงหน้า MRR หรือกำไร?
  • ราคาที่เก็บครอบคลุมต้นทุนให้บริการตลอดอายุสมาชิกและการหาลูกค้าหรือไม่?
  • ลูกค้ากลับมาใช้และต่ออายุแค่ไหน หลังความสนใจจากการเปิดตัวผ่านไป?

คลิปไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้ครบ จึงยังใช้รับรองความยั่งยืนของธุรกิจหรือคาดการณ์รายได้ของคนที่ทำตามไม่ได้ แต่ช่วยให้เห็นว่าหลังสร้างแอปสำเร็จ งานเรื่องลูกค้า การตลาด และต้นทุนยังต้องทำต่อ

ที่มา: บทสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง Maxed AI โดย Starter Story เรียบเรียงจากบทถอดเสียงและภาพที่แนบกับต้นฉบับ VideoToBlog ตัวเลขธุรกิจทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ผู้ให้สัมภาษณ์รายงาน